พฤหัส. ก.พ. 9th, 2023

 

ซีรี่ย์ สืบสวน

ซีรี่ย์ สืบสวน Café Minamdang คาเฟ่ลับจับอาชญากร ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังพวกเขาไม่ทราบเลยว่าโดยความเป็นจริงแล้วนัมฮันจุนเป็นคนทรงจอมปลอม เขามิได้มีญาณพิเศษหรือสามารถติดต่อกับเทพเทวดาได้ตามคำโฆษณาชวนเชื่อ ใช้เพียงแต่ความสามารถเกี่ยวกับการเป็นโปรไฟเลอร์รวมกับความสามารถการเจาะระบบอันชำนาญของ นัมฮเยจุน (สวมบทโดย คังมิทุ่งนา) ผู้เป็นน้องสาว พร้อมกับสกิลนักสืบของผู้รับจ้างบาริสต้าชายหนุ่มหล่อ กงซูชอล (สวมบทบาทโดย ล้วงชียัง) หากแม้งานที่นัมฮันจุนกำลังทำมักเป็นการล้างแค้นเด็ดหัวผู้ร้าย

แม้กระนั้นจนแล้วจนรอดก็ยังถูกเห็นว่าเป็นธุรกิจต้มตุ๋นประชากร ซ้ำยังไปสะดุดตาตำรวจสอบสวนประเภทดุอย่าง ฮันแจฮี (สวมบทโดย โอยอนซอ) เข้าอย่างจัง เรื่องราวในอดีตกาลนำพาพวกเขาให้มาเกี่ยวข้องกันอีกรอบ ผ่านการร่วมแรงไขคดีลึกลับที่ทั้งยังชั่วร้าย มัน รวมทั้งฮาจนกระทั่งปอดสะเทือนCafé Minamdang คาเฟ่ลับจับมิจฉาชีพนัมฮันจุน (สวมบทบาทโดย ซออินกุก) อดีตกาลโปรไฟเลอร์นักล่าผู้ร้ายชำนาญ ช่วงนี้ผันตัวมาเป็นมิจฉาชีพ สวมองค์เป็นบิดาหมอนัมฮันจุน จำแลงเป็นหมอดูเปลี่ยนร่าง เปิดสำนักคนทรงในแบบอย่างคาเฟ่สวย ชื่อว่า “คาเฟ่มีนัมดัง” ในบริเวณยงแฮ

บิดาหมอนัม อ้างตนว่าเป็นผู้หยั่งทราบ แล้วก็สามารถติดต่อสื่อสารกับวิญญาณได้ เขารับปรับปรุงชะตากรรมให้กับลูกค้าแม่นเวอร์ ใช้ความถนัดถ้อยคำแคล่วคล่องเปรียบดังบูชาสาลิกาลิ้นทองคำก็ไม่ปาน แล้วก็ที่สำคัญเขาชอบล่อลวงลูกค้าวีไอพีร่ำรวยมหาเศรษฐีที่มองสง่า ใช้ความศรัทธารวมทั้งเชื่อถือเป็นเงินเดือน จนถึงเลื่องลือไปทั่วยิ่งกว่านั้น นัมฮันจุน ยังมีข้างบริการลูกค้าที่เซอร์วิสดีเวอร์ มีบริการแก้ไขปัญหาครอบจักรวาล โดยการทำงานร่วมกับคู่ขาที่เชื่อถือได้ อีกทั้ง กงซูชอล (รับบทบาทโดย ล้วงซียัง) สมัยก่อนนักสืบเอกชนที่ไม่รุ่งเลยมามุ่งงานสายขโมยดียิ่งกว่าเยอะแยะ

กับน้องสาวของเขา นัมฮเยจุน (เล่นบทโดย คังมีท้องนา) สมญานาม แอนน์ฉลาด ซีรี่ย์ สืบสวน  แฮกเกอร์สาวฝีมือยอดเยี่ยมสมัยก่อนข้าราชการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติการกระทำของพวกเขา ได้ไปสะดุดตา ฮันแจฮี (เล่นบทโดย โอยอนซอ) ข้าราชการสายชนิดดุ คุณตำรวจผู้หมวดหญิงสมญานาม “ฮันจอมเฮี้ยน” ที่แผนกอาชญากรรมร้ายแรง สถานีตำรวจยงจิน คุณคนที่ตั้งมั่นในความชอบธรรมเป็นสรณะ ทำหน้าที่ดีเลิศเพื่อมวลประชามาถึง 3 ปีแล้ว และก็กำลังเฝ้าเฝ้ามองความปลิ้นปลอกตลบตะแลงขั้นเทวดาของนัมฮันจุนและก็หมู่คณะ แบบประเภทที่เรียกว่าไม่ยินยอมกะพริบตา และก็ประกาศว่าจะขยี้เขาให้แหลกคามืออย่างยิ่งจริงๆ

คนทรงเจ้าจอมปลอมกับคุณตำรวจสายลับประเภทเฮี้ยนจำต้องมาเกี่ยวข้องกันในคดีหนึ่ง เมื่อ ฮันแจฮี ไล่จับ เคยชินคยองโฮ ที่ เอสแอนด์เอชกลุ่ม ข้างหลังก่อเหตุขับชนแล้วหนี ช่วงเวลาเดียวกัน นัมฮันจุน ก็ค้ำประกันว่าจะช่วยกยองโฮจนถึงรอดคดีไปได้แบบเนียนๆขณะที่ นัมฮันจุน กำลังเล็งหาจุดหมายลูกค้าวีไอพีรายถัดไปอยู่นั้น ฮันแจฮี ก็โผล่มายังคาเฟ่เพื่อไขปัญหาเกี่ยวกับคดีเก่า แล้วก็แล้วเบื้องหน้าเบื้องหลังภูมิหลังของ มีนัมดัง ก็ถูกเผยออกมานัมฮันจุน บีบบังคับให้ จองชองกี บอกชื่อคนที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังและก็แอบสั่งการอยู่ ทางด้านผู้เห็นเหตุการณ์ได้ตกลงใจรับสารภาพข้อเท็จจริงออกมากับ ฮันแจฮี ถัดมาได้มีคนโทราชการมาแจ้งเรื่องด่วนเกี่ยวกับผีสาง

ซีรี่ย์ สืบสวน

นัมฮันจุน กับ ฮันแจฮี มีเรื่องมีราวขัดแย้งกันอีกรอบ เมื่อทั้งสองต่างเข้ามายุ่มย่ามกับการสอบปากคำของอีกข้าง ระหว่างนั้นเอง ก็ดันมีใครสักคนที่เค้าหน้าคุ้นๆได้แสดงตัวขึ้นในจุดเกิดเหตุ เขาเป็นฆาตกรโรคจิต โกพูรี ที่ ฮันแจฮี กับ นัมฮันจุน ตามล่าตัวโดยตลอดหากว่า ฮันแจจอง จะสืบเจอข้อมูลสำคัญ แต่ว่าก็ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ข้อเท็จจริงนั้น ทางด้าน ฮันแจฮี เพียรพยายามการันตีที่อยู่ของ ชเวยองซ็อบ ดังที่เขาอ้าง ส่วน นัมฮันจุน ถึงขนาดลงทุนปลอมตัวเพื่อสืบคดีหาข้อมูลสำคัญด้วยตัวเอง

ยกใจความสำคัญ คนทรงเจ้า เป็นแก่นสำคัญของเรื่องผ่านผู้แสดงผู้แสดงนำชายเอาไว้ตั้งแต่ต้น ที่ผ่านมาซีรีส์ที่พึ่งจะจบไปอย่าง From Now on, Showtime! (2022) นำความศรัทธาเกี่ยวกับทวยเทพมาประสมประสานกับกลได้อย่างล้ำสมัย แม้กระนั้นแม้ทดลองไล่เรียงไปไกลกว่านั้นอาจพอเพียงจะคิดได้ว่าละครชนชาติประเทศเกาหลีนำตำนานกลุ่มนี้มาเสนอขายผู้ชมอยู่เสมอมา ซากึกหลายเรื่องเชิดชูคนทรงให้เป็นตัวละครสำคัญในฐานะที่ปรึกษาของกษัตริย์แล้วก็เชื้อพระวงศ์ ก่อนที่จะแตกกรอบเสนอให้แปลกใหม่ขึ้นดังเดิมผ่านตาเป็นต้นว่า The School Nurse Files (2020)

รวมทั้ง The Great Shaman Ga Doo Shim (2021) เหมือนกันกับ คาเฟ่ลับจับคนร้าย ที่ถือจับสองขั้วอย่างไสยเวทกับอาชญาวิทยามาปั่นรวมเป็นเนื้อเดียว ก็เลยพอเพียงจะมองเห็นได้ว่าทุกกิ้งก้านของวิชาคนทรงเจ้า วิญญาณ ตลอดจนตำนานทวยเทพเทวดา ยังคงเป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่ขายได้รวมทั้งขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามาตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัยเมื่อ Café Minamdang เคลมตนเองว่าเป็นซีรีส์สืบสวนคละเคล้าคอมเมดี้ ความหวังก็เลยอยู่ที่บรรยากาศของทั้งคู่พาร์ทว่าจะเสนอออกมาได้พอดีแค่ไหน จำเป็นต้องเห็นด้วยว่าเพียงแค่ทีแรกๆที่ผ่านไปประเด็นนี้สอบได้ฉลุย

ชวนให้ลิ้มรสทุกรสภายในช่วงระยะเวลาเพียงแต่ชั่วโมงเศษ  ซีรี่ย์ สืบสวน แปลงเป็นลายเซ็นอันเด่นชัดที่ตะเบ็งบอกผู้ชมตั้งแต่เนิ่นๆว่าอยากขายอะไร บรรดานักแสดงที่ขนกันมาสร้างสีสันผ่านแอคติ้งเบอร์ใหญ่ ทั้งยังฝั่งตำรวจรวมทั้งฝั่งคาเฟ่มีนัมดังมาพร้อมมุกขำขันราดกระจัดกระจายที่ปลดปล่อยออกมาถูกจังหวะกระทั่งจะต้องหัวเราะตามโดยไม่ได้คาดคิด เฮฮากิน ขำขันรั่ว ขำขันวัสดุอุปกรณ์ ตลกขบขันโสโครก มีทุกแบบอย่างที่ต้องการมองเห็น จี๋ทุกเส้นจำพวกต้องระมัดระวังฟันกรามค้างกันอย่างยิ่งจริงๆ

Café Minamdang คาเฟ่ลับจับคนร้ายหลายท่านบางทีอาจเป็นห่วงว่าความขำขันโรคเรื้อนจนถึงหลุดโลกจะมากมายลบความเอาจริงเอาจังของเส้นเรื่องสอบสวน บอกเลยว่าคนใดกันแน่หลงเสน่ห์กลิ่นการสังหารเข้มข้นยังคงมีให้มองเห็นแน่ๆ ด้วยบุคลิกลักษณะของนางเอกที่เป็นตำรวจจำพวกเคร่งขรึมเอาจริงเอาจัง จนกระทั่งสารพัดปัญหาที่บิดาหมอนัมฮันจุนรับมาปรับแก้ยังเต็มไปด้วยความซับซ้อน มีการนำเทคโนโลยีรวมทั้งความถนัดสายลับมาใช้เพื่อสำหรับการตามหาเค้าเงื่อน

แถมบางฉากบางตอนยังแอบแทรกจังหวะตื่นเต้นพอให้ผู้ชมได้ตระหนกตกใจเล่นอีกต่างหาก รวมถึงเลิฟไลน์ที่ยังไม่เปิดเผยออกมามากสักเท่าไรนักแม้กระนั้นมั่นใจว่าควรจะมีให้มองเห็นแน่ๆ พร้อมด้วยส่งตัวละครพระรองอย่าง ชาโดยอน (สวมบทบาทโดย ควอนซูฮยอน) มาให้เลือกกลุ่มกันอีกเหมือนเคย ตกลงว่าแนวทางการเดินเรื่องคงจะเบาๆรีบดีกรีให้เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งตอนสุดท้าย หวังว่าจะไม่มีตอนเอื่อยเฉื่อยมาเบรกความสนุกสนานร่าเริงให้ดร็อปลงไปซะก่อน

 

 Narco Saints นักบุญนาร์โค

ซีรีส์กลุ่มสิ่งเสพติดที่อิงว่าสร้างขึ้นมาจากความจริง แต่ว่านักแสดงกับเรื่องราวทำขึ้นมาใหม่ ซึ่งบางครั้งก็อาจจะมองคล้ายกับเป็น Narcos เวอร์ชั่นประเทศเกาหลี กลับไม่เสมือนเลย แม้กระทั้งกลิ่นหรือการเดินเรื่อง ด้วยเหตุว่า Narcos เป็นซีรีส์ที่เอาการจริงเป็นลำดับไทม์ไลน์การเข้าจับกุมเด็ดหัวพ่อค้ายาจริงๆมาใช้โดยเพิ่มนักแสดงดำเนินเรื่องการเข้าจับกุมเข้าไปผสมกับประวัติศาสตร์จริงๆมีการตัดภาพเหตุจริงจากสื่อต่างๆแทรกมาตลอดให้ราวกับสารคดี แต่หัวข้อนี้เป็นการดำเนินเรื่องแบบเรื่องแต่งขึ้นมาล้วนๆอย่างสังเกตุได้เลย

เนื่องจากว่าเริ่มต้นแล้วก็การประชาสัมพันธ์ว่าทำมาจากข้อเท็จจริง ซีรี่ย์ สืบสวน  แล้วท้าทายให้พิสูจน์ตกลงใจเองเมื่อมองจบ ก็จำเป็นต้องพูดว่าเสมือนประเทศเกาหลีได้รับปัญหามาให้กระทำตามเรื่องดังๆของฝรั่ง ตั้งแต่เรื่องก่อนอย่าง Seoul Vibe ที่อุตสาหะเป็นฟาสเวอร์ชั่นประเทศเกาหลี โดยแปลงแนวมาเป็นโจรกรรมซิ่งขำขันๆแทน ซึ่งประเด็นนี้ก็เช่นเดียวกันราวกับเป็นความบากบั่นที่จะสะกดรอย Narcos แม้กระนั้นแปลงจากโหมดซีเรียสขมักเขม้นมาเป็นอารมณ์บรรเทาให้ดูอย่างกับว่าขบขันโอเวอร์นิดๆสไตล์ประเทศเกาหลี แม้ว่าจะมิได้ขำขันแบบยิงมุกตั้งใจจริง แต่ว่าโทนเรื่องทั้งยังดนตรีประกอบ แอ็กติ้ง บทพูด อะไรหลายๆอย่างมันเป็นประเทศเกาหลีขามากมาย ซึ่งก็ไม่ผิดหากดูในมุมว่าประเทศเกาหลีทำก็จะต้องอย่างงี้

แต่ว่าสำหรับผู้ที่มองหาความเป็นจริงเป็นจัง อารมณ์บีบคั้นกับเรื่องราวโหดเหี้ยมของกลุ่มสิ่งเสพติดแบบ Narcos ก็อาจจะจำเป็นต้องผ่านไปเลย เพราะเหตุว่ามันมิได้เลยจริงๆไม่ว่าจะดูในมุมไหนก็ตามสำคัญๆความโหดเหี้ยมของหัวข้อนี้น้อยมาก เป็นแทบจะทั้งยังเรื่องไม่มีฉากกลุ่มสิ่งเสพติดทำอะไรที่โหดเหี้ยมจริงๆเลย ในเรื่องที่โหดเหี้ยมแบบหั่นศพก็ถูกให้เป็นกลุ่มคนจีนในไชน่าทาวน์ของตรงนั้นแทน แล้วก็ตามความจริงชาวประเทศเกาหลีในซูรินามก็มิได้มีเยอะแยะอะไรขนาดที่เป็นชุมชนได้พอๆกับจีนจริงๆด้วย เสมือนเรื่องเพียรพยายามแต่งให้ประเทศเกาหลีในประเทศนั้นมากจนกระทั่งมองเกลื่อนกลาดตามาเป็นลูกน้องกลุ่มได้เยอะไปหมด รวมทั้งคนมาโบสถ์ประเทศเกาหลีอีกพรึ่บด้วย

ซึ่งความเหมือนจริงของประเด็นนี้มีปัญหาตั้งแต่ต้นๆแล้วที่ผู้ชมสายฝรั่งมาอาจรับทราบและก็สะดุดใจเป็นช่วงๆจากหลายๆอย่างที่ไม่เมคเซนส์เปิดโลกสิ่งเสพติดผ่านเรื่องราวของ คังอินกู (รับบทบาทโดย ฮาจองอู) ผู้ชายที่ชีวิตกำลังไปสู่ตอนวิกฤตภายหลังการสมรส ด้วยความรักครอบครัวทำให้เขามองหาแนวทางเพื่อสร้างหลักประกันให้เมียและก็ลูกได้มีชีวิตที่เป็นสุข คังอินกูได้รับคำเสนอแนะจากเพื่อนฝูงให้เดินทางไปยัง ประเทศซูรินาม เพื่อทำธุรกิจประมงรวมทั้งส่งออกปลากระเบนซึ่งเป็นวัตถุดิบที่กำลังรุ่งเรืองในตลาดประเทศเกาหลี แต่ว่ามันกลายเป็นนาทีทองที่จำต้องฆ่า อนาคต รวมถึงครอบครัวที่รออยู่ที่รกรากเป็นเครื่องพนัน

ภายหลังจากทำธุรกิจในซูรินามไปได้ไม่นาน  ซีรี่ย์ สืบสวน คังอินกูจำเป็นต้องเจอกับจุดหักเหใหญ่ในชีวิตเมื่อถูกยัดเข้าคุกจากความผิดพลาดที่มิได้ก่อ กับการมาถึงของ ชเวชางโฮ (สวมบทโดย พัคแฮซู) ข้าราชการประจำสขช.ที่เสนอให้เขาร่วมมือในกระทำการลับจับจับ ชอนโยฮวาน (สวมบทโดย ฮวังจองไม่น) เด็กหนุ่มที่ตรงหน้าเป็นที่เชื่อถือในชื่อนักบุญ ถ้าเกิดแม้กระนั้นเบื้องหน้าเบื้องหลังกลับขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อสารเสพติดผู้มีอิทธิพลที่อเมริกาใต้ คังอินกูไปสู่ภารกิจดังที่ได้กล่าวมาแล้วเพื่อความมีชีวิตรอดของครอบครัว โดยไม่ทราบเลยว่าตัวเขาเองกำลังประจันหน้ากับอันตรายที่ยากเกินจัดการ

Narco-Saints เปิดเผยความน่าดึงดูดใจด้วยการถือเอาการราวของ โจบงแฮง เจ้าพ่อสิ่งเสพติดที่เข้าไปพันพัวในคดีโกงแล้วแอบหนีออกมาจากประเทศเกาหลีใต้ในปี 1994 เขาเดินทางไปถึง ประเทศซูรินาม ซึ่งยังไม่มีข้อบังคับส่งตัวมิจฉาชีพกลับประเทศ เริ่มชุบตัวสร้างฐานะผ่านโครงข่ายลักลอบค้าโคเคนไปยังอเมริกาใต้รวมทั้งยุโรปโดยใช้คนประเทศเกาหลีเป็นยานพาหนะ ก่อนที่จะโดนจับจับที่บราซิลในปี 2009 แปลงเป็นข่าวสารดังระดับนานาชาติที่ถูกเรียกว่าเป็นแรงจูงใจสำหรับเพื่อการสร้างซีรีส์ประเด็นนี้ โครงเรื่องชนิดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นก็เลยจุดประกายความว้าวได้ตั้งแต่คำโปรยปราย

Narco-Saints ได้นำแกนกระดูกที่แข็งแรงแบบนั้นมาดัดแปลงให้เข้าที่เข้าทาง เพิ่มเติมกลิ่นดราม่าครอบครัวทางถนัด เล่ายึดโยงอยู่กับการเปิดเผยโลกอาชญากรรม ดินแดนที่สิ่งเสพติด การเดิมพันต่อรอง การบ้านการเมืองระบบอุปการะ เส้นของผู้มีอำนาจ และเงินที่เคลื่อนทุกๆอย่างตามความจำเป็นของผู้ครอบครอง บางทีอาจเรียกว่าเป็นสูตรสำเร็จที่ผ่านตากันมานักต่อนัก แม้กระนั้นสิ่งที่น่ากล่าวชมเป็นการหลุดออกมาจากกรอบเหมาะสมจำกัดพื้นที่อยู่ในประเทศเกาหลี แปลงเป็นงานที่เนื้อหารายละเอียดขยายไปถึงความข้องเกี่ยวทางการนักการทูต กฎหมายระหว่างประเทศ ศาสนา และหลักอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดน ในทางคอนเซปต์ก็เลยจัดว่าสอบได้

เมื่อสเกลของเรื่องราวเปิดมาใหญ่ขนาดนี้ โปรดักชันของซีรีส์ก็เลยจำเป็นจะต้องขยายตามไปด้วย แม้ว่าจะมิได้เดินทางไปถ่ายทำยังประเทศซูรินามด้วยต้นสายปลายเหตุด้านความปลอดภัย แต่ทว่ากลุ่มผู้ผลิตเองก็ตั้งมั่นตรวจสถานที่ในประเทศเกาหลีใต้ทั้งยัง สวนปาล์มบนเกาะเชจู เมืองอันซอง เมืองจอนจู รวมทั้งอีกเพียบเลย รวมถึงเล็กน้อยที่ยกทัพกันไปดำเนินการถึง สาธารณรัฐโดมินิกัน หลังจากนั้นก็เลยใช้เทคนิกพิเศษจากคอมพิวเตอร์กราฟิกมาประดิษฐ์งานภาพผ่านการตัดต่ออย่างละเอียดลออ ขอยกนิ้วให้ความทุ่มเทตั้งมั่นนานนานแรมปี จะกล่าวว่าประเด็นนี้ขายโปรดักชันก็ไม่กระดากปากเลยแม้แต่น้อย

เค้าเรื่องดี แต่ว่าเล่าได้ไม่สุดความเพลิดเพลินของ Narco-Saints ถูกผลักลงอย่างเร็วเมื่อเริ่มออกตัวจนถึงแปลงเป็นข้อคิดเห็นสำคัญ วางพล็อตเรื่องมายอดเลิศแค่ไหนแม้กระนั้นตกม้าตายได้อยู่ดี เมื่อซีรีส์เลือกกรรมวิธีการเล่าที่จืดจางเสียอย่างมาก เรื่องจริงแล้วตอนแรกประเด็นนี้หมายกำหนดการสร้างในแบบภาพยนตร์ แต่ว่าผลสุดท้ายได้ขยายมาเป็นซีรีส์ 6 ตอน ด้วยวัตถุดิบที่พร้อมพรั่งเพิ่มมากขึ้นพวกเราก็เลยมุ่งหวังว่าอีกทั้งการออกแบบผู้แสดง แนวทางกระตุกต่อมความหวาดเสียวของผู้ชม การชิงไหวชิงพริบ แล้วก็กลิ่นแบบหนังสายอันน่าตื่นตาตื่นใจจะตามมาด้วย โชคร้ายที่มันกลายเป็นการขยายที่เชิญชวนเบื่อ เชื่องช้า ไร้ซึ่งเสน่ห์ไปอย่างน่าผิดหวัง

ใช้เวลาปูเรื่องเล่าพื้นเพนานพอสมควร สาดเงื่อนดราม่าครอบครัวของนักแสดง คังอินกู ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโต ขยี้แล้วขยี้อีกเพื่อบอกกล่าวที่ไปที่มาว่าเพราะอะไรเขาก็เลยจะต้องไปซูรินามแล้วเปลี่ยนเป็นสาย ก่อนที่จะวนเวียนย้อนกลับมาทางชีวิตของอีกหนึ่งผู้แสดงอย่าง ชอนโยฮวาน อยู่ร่วมสองอีพี เมื่อไปสู่ตอนกึ่งกลางเรื่องก็เลยนำความผิดพลาดซ้ำซากจำเจสำหรับการลักลอบค้ายาของชอนโยฮวานมาใช้เป็นแก่นสำคัญของพาร์ทนี้ กล่าวได้ว่ามีทุกสิ่งที่เคยได้เห็นในงานประเภทเดียวกันไม่ว่าจะเป็นแผนซ้อนแผน การตามหาหนอนบ่อนไส้ ความไว้เนื้อวางใจของคนภายในกลุ่ม และก็อุตสาหะหักมุมในแบบที่เคยคุ้นหน้า แต่ทว่ากลับมีบางประเด็นถูกไม่ให้ความสนใจไปเช่นเดียวกัน โดยยิ่งไปกว่านั้นฝูงชนที่โดนจับไปมอมเมาให้เป็นสาวกซึ่งเป็นเส้นเรื่องที่น่าดึงดูดแต่ว่าถูกตัดจบไปซนๆ

ตัวเรื่องอุตสาหะทำให้มองว่ากลุ่มนี้โหดเหี้ยม  ซีรี่ย์ สืบสวน แม้กระนั้นมันกลับมองเล่นๆอย่างการที่ตัวหัวหน้าโยฮวานที่วางไว้ว่าเป็นเจ้าพ่อสารเสพติดตัวบิดาของตรงนี้ กลายเป็นคนขยันชอบบ่น พูดไปเรื่อย ขนาดเอาปืนจ่อใครกันแน่ก็กล่าวไม่หยุด จะว่าติดท่าทางการเป็นนักบวชมันก้ยิ่งแปลกๆเนื่องจากว่าหน้าที่ที่ออกมามันเสมือนเรื่องแต่งที่คนร้ายจำต้องขี้บ่น แม้กระนั้นไม่ลงมือยิงสักครั้ง ต่างกับ Narcos ที่เกือบจะไม่บอกกันเลย จ่อเป็นยิง สงสัยเป็นตาย บรรยากาศในเรื่องก็เลยหวาดเสียวหายใจไม่ทั่วท้องตลอดว่าจะกำเนิดอะไรขึ้น แม้กระนั้นกับประเด็นนี้เป็นเสมือนขำๆผ่านไปเรื่อยในแต่ละฉากที่ตัวพระเอกจำเป็นต้องบากบั่นปลอมตัวเนียนไปติดต่อหลอกให้โยฮวานมาขายยาในประเทศแผนการที่เกี่ยวกับอเมริกา

เพื่อจะใช้อิทธิพลของ DEA อเมริกามากระหน่ำจับตัวในซูรินามให้ได้ ซึ่งการลวงล่อนี่ก็จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบทดสอบต่างๆแม้กระนั้นหัวข้อนี้เป็นตัวเอกทั้งสองกลับขยันพูดจ้อ พูดไปเรื่อยจนกระทั่งน่าเบื่อมากมายถ้าเกิดรู้สึกว่าจะหาหนังซีเรียสเครียดนี่มิได้เลยจริงๆอีกอย่างเสมือนประเด็นนี้ก็งบประมาณไม่สูงมากมายด้วยเพราะว่ามีเพียงแค่ 6 ตอน รวมทั้งอุตสาหะเอาฉากยิงกันไปไว้ 2 ตอนสุดท้ายเพื่อเพิ่มแรงกดดันให้กับเรื่องรามตามสูตร ก็บางครั้งอาจจะมองว่าซีรีส์นี้มีความเดือดอยู่บ้าง แม้กระนั้นมันก็ยังเป็นการใส่มาแบบเรื่องแต่งเว่อร์ๆเกินจริงอยู่ดี

อย่างการให้ตัวนำไม่มีปืนแล้วมาทดสอบต่อยกันกับตัวร้าย การให้ตัวนำคนเดินดินขับขี่รถไล่หลังโจรมีฉากไล่ล่ากันกึ่งกลางป่า แม้ว่า DEA ก็ใช้คอปเตอร์บินติดตามไล่ล่าให้อยู่แล้ว มีจนถึงฉากขับขี่รถออกนอกทางราวกับคำนวนไว้แล้วเพื่อไปดักชนปาดหน้าตัวร้าย ซึ่งเป็นฉากสูตรสำเร็จที่หนังถูกใจจับมาใช้กันเป็นประจำ(แต่ว่าหากไปดู Narcos จะไม่มีฉากอย่างนี้หรอกครับผม) หรือในเนื้อหาน้อยก็ยังบกพร่อง อย่างการใส่กุญแจมือตัวร้ายข้างหน้า ซึ่งมองเห็นรวมทั้งเชิญชวนให้อารมณ์เสียกับอะไรประมาณนี้อยู่เสมออีกทั้งเรื่อง

 

Decibel ลั่นระเบิดเมือง

อดีตกาลนย.ที่ทัพเรือประเทศเกาหลีได้รับโทรศัพท์ขู่จากชายปัญหา ที่กล่าวถึงว่าได้ลอบวางระเบิดเอาไว้ตามสถานที่ต่างๆที่มีเป้าหมายเป็นข้าราชการคนบริสุทธิ์กลุ่มมากมาย ในหนึ่งในสถานที่ซึ่งก็คือสนามกีฬารวมทั้งสวนน้ำขนาดใหญ่ ผู้ก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงกล่าวถึงว่าใช้การจุดระเบิดด้วยเสียง ที่จะชนวนการเริ่มนับเวลาเมื่อเสียงมากยิ่งกว่า 100 เดซิเบล ทำให้เขารวมทั้งอีกหลายท่าน จะต้องพากเพียรหาทางยั้งก่อการร้ายในคราวนี้ ก่อนที่จะมันจะสายเหลือเกินเรื่องราวของอดีตกาลนย.ที่ทัพเรือประเทศเกาหลีได้รับโทรศัพท์ขู่เข็ญจากชายปัญหา ที่กล่าวถึงว่าได้ลอบวางระเบิดเอาไว้ตามสถานที่ต่างๆที่มีเป้าหมายเป็นข้าราชการคนบริสุทธิ์กลุ่มมากมาย ในหนึ่งในสถานที่ซึ่งก็คือสนามกีฬารวมทั้งสวนน้ำขนาดใหญ่ ผู้ก่อการ้ายอ้างว่าใช้ ระเบิดเสียง

ที่จะเป็นการดำเนินงานปลดปล่อยพลังเสียงมากยิ่งกว่า 100 เดซิเบล เกินกว่าที่มนุษย์จะทนยอมรับฟังได้ ทำให้เขารวมทั้งอีกผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย อุตสาหะหาทางยั้งก่อการร้ายในคราวนี้ ก่อนจะสายเหลือเกินผลงานการควบคุมของ “ฮวังอินโฮ” ที่แน่ๆว่าเขามารับหน้าที่อีกทั้งสร้างภาพยนตร์แล้วก็เขียนหนังประเด็นนี้ด้วยตัวเองเหมือนปกติ ถึงแม้ว่านี่จะเป็นการนั่งอยู่ข้างหลังกล้องถ่ายภาพเรื่องที่ 3 ของเขา แต่ว่าผลงานก่อนๆของเขาก็จัดว่าสร้างชื่อมาพอได้ และก็คราวนี้ก็หันมาแปลกตนเองอีกทีกับการผลิตหนังแอคชั่นแนวบ็อกซ์บัสเตอร์ที่ใช้ทุนสร้างระดับเป็นอันมาก รวมทั้งจัดว่ายกข้อความสำคัญและก็กับไฮไลต์ของหนังได้ค่อนข้างจะล่อใจความพอใจของผู้ชมไปได้อย่างดีเยี่ยม

แต่ว่าเมื่อได้ทดลองเข้าไปสัมผัสกับเนื้อแท้ของ Decibel ลั่นระเบิดเมือง  ซีรี่ย์ สืบสวน มองที่จริงแล้วนั้น ถือได้ว่าหนังอีกหัวข้อที่มีความเสี่ยงต่อการเช็ดกสปอยล์มากมายๆเนื่องจากสิ่งที่พวกเราได้อ่านจากเรื่องย่อด้านบน หรือได้มองเห็นจากในคราวเซอร์แบบอย่างหนังที่ปลดปล่อยออกมานั้น เป็นแค่เพียงเสี้ยวหนึ่งของหนังทั้งสิ้นเพียงแค่นั้น ยังมีเนื้อหาเชิงลึกและก็หลายๆใจความสำคัญที่ถูกใส่เข้ามาอย่างอัดแน่น รวมทั้งมีตอนที่บังคับปลุกอารมณ์ผู้ชมได้อย่างจับจิตมากมายสิ่งเดียวกันเพียงก็โชคร้ายอย่างมากที่หนังยังไม่อาจจะบียอนด์ตนเองไปในมุมที่ร้องเรียงไปได้สุดทาง

เนื่องจากว่าในในที่สุดแล้ว Decibel หัวข้อนี้ก็ยังยึดติดอยู่กับการใช้แนวความคิดสูตรสำเร็จเดิมๆของหนังบู๊ฟอร์มใหญ่ของประเทศเกาหลีมาเป็นการเสนอ รวมกับส่วนประกอบบ่อยๆที่หนังประเทศเกาหลีชอบใส่เข้ามาให้เติมเต็ม ก็เลยทำให้หนังหัวข้อนี้ยังทำเป็นออกมาไม่ค่อยสุดทางสักเท่าไหร่ การถือโยงหัวข้อ 2 เรื่องราวมาเข้าด้วยกันนั้น ยังทำออกมาได้ไร้ซึ่งเสน่ห์เท่าใด แต่ละจุดยังรู้สึกดาดดื่นฝืดคอไปบ้างบางส่วนเหมือนกันกับ การพัฒนาส่วนประกอบของติดอยู่แรกเตอร์แล้วก็ผู้แสดงต่างๆในหนังหัวข้อนี้ ที่ค่อนข้างจะทำออกมาได้ไม่ดุเดือดเลือดพล่านสักเท่าไหร่

ซีรี่ย์ สืบสวน

สัมผัสได้ว่าหนังก็บากบั่นสร้างมิติรวมทั้งท่วงทีส่วนประกอบของผู้แสดงนำออกอย่างเต็มกำลัง แต่ว่าในที่สุดความอุตสาหะนั้นก็ยังไม่ค่อยสำเร็จผลสักเท่าไหร่ หลายผู้แสดงออกจะแบนราบและไม่น่าดึงดูดเหมือนอย่างที่คิด กระทั่งผู้แสดงนำหลัก 2-3 ตัวที่ใส่เข้ามานั้น ก็ยังมิได้จูงใจผู้ชมได้อะไรขนาดนั้นม้ว่ากลุ่มดาราหนังของ Decibel ลั่นระเบิดเมือง จำเป็นต้องบอกเลยว่า…ดียกชุด พวกเขาทุ่มเทกับการถ่ายทอดและก็มอบการแสดงที่ดีเข้าขั้นมาตรฐานที่พวกเขาจะทำออกมาได้ “คิมแรวอน” ก็คือซุปตาร์ที่ยังแบกรับหนังทั้งยังเรื่องเอาไว้ได้สบายๆก็แค่ความบากบั่นบดขยี้ดันนักแสดงของเขาในประเด็นนี้นั้น เส้นเรื่องยังไม่ค่อยแข็งแกร่ง มิได้รับการเอาใจใส่ที่ดีอย่างพอเพียง ถึงเขาจะปฏิบัติภารกิจในฐานะดาราเจริญที่สุดที่พากเพียรขุดผงาดมันขึ้นมา

“อีต้องซอก” ก็ยังเป็นดาราหนังเจ้าหน้าที่อีกเหมือนปกติ ประเด็นนี้ว่าจ้างมาร้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.ก็เล่นมาล้านให้ เขาแสดงออกมาได้ค่อนข้างจะน่าทึ่ง แต่ว่าโชคร้ายค้างแรกเตอร์นี้ของเขานั้น ก็เป็นอีกตัวที่ยังมิได้รับตั้งใจสำหรับเพื่อการอบรมออกมาให้ดีมากกว่านี้ มันก็เลยกลายเป็นหน้าที่ที่ค่อนข้างจะแบนๆไม่มีกึ๋นอะไรสักเท่าไหร เหมือนกับ “พัคบยองอึน” กับ “จองซางฮุน” ที่ราวกับใส่เข้ามาในหนังให้มองเต็มๆเอาไว้ก่อน หนังมิได้จะช่วยขัดมันในส่วนหน้าที่ของพวกเขาสักเท่าไหร่ ปลดปล่อยปละไปอย่างน่าผิดหวังเบาๆ

เป็นหนังแอคชั่นประเทศเกาหลีที่มีพร้อมด้วยสูตรสำเร็จแบบไม่เหนือการคาดคะเนอะไรสักเท่าไหร่ เป็นหนังที่มองได้สนุกสนานรวมทั้งเพลิดเพลินดี ก็แค่หลายๆส่วนประกอบยังไม่ถึงรสถึงเครื่องมากพอนัก แม้ว่าจะได้โอกาสมนักแสดงระดับเทวดามารวมตัวกันในเรื่องเดียวกัน แต่ว่าบทแล้วก็ส่วนประกอบของผู้แสดงในหลายๆตัวกลับยังไม่มีอรรถรสที่ดีพอเพียง ในที่สุดมันก็เลยกลายเป็นเพียงแค่หนังบูีรสกลางที่ไม่จัด ไม่จืดชืด เป็นการแต่งรสชาติแบบสำเร็จรูป ที่ไม่ถึงกับอร่อยบินระทึกที่เต็มไปด้วยความอึดอัดบอกเลยว่าระทึกขั้นสุดไปกับ จะต้องสารภาพเลยว่าโคตรลุ้นและก็โคตรระทึกตั้งแต่ต้นกระทั่งจบจริงๆนะครับ

ซึ่งในตัวหนังนั้นจะเต็มไปด้วยแรงกดดันพร้อมทั้งความอึดอัดที่บอกผิดเลยครับผม ซีรี่ย์ สืบสวน  เพราะเหตุว่าในเค้าโครงเรื่องนั้นดันมาห้ามใช้เสียง เพราะว่าเสียงนั้นมันเปลี่ยนเป็นตัวจุดชนวนระเบิด ตัวหนังน่าติดตาม มากับฉากการกู้ยืมระเบิดสุดหวาดเสียว ที่มองโคตรเพลิดเพลินเลย บอกเลยว่าตัวหนังมันระทึกแบบระทึกจริงๆนะ แบบที่ผู้ชมนั้นไม่อาจจะละสายตาได้เลย เว้นเสียแต่ความระทึกแล้วตัวหนังยังรอแทรกพวกความเฮฮาเข้ามานิดๆอีกด้วย เพื่อไม่ให้ผู้ชมอย่างพวกเรานั้นเครียดจนกระทั่งเหลือเกินสิ่งที่จำเป็นต้องดูอีกถ้าอย่างนั้นก็เป็น ไอเดียของหนังหัวข้อนี้ เนื่องจากว่า การใช้เสียงนั้นมันเป็นอะไรที่ห้ามกันยากอยู่พอควร แล้วก็บีบคั้นจริงๆเพราะเหตุว่าแค่เพียงเสียงดังเล็กน้อยก็บางครั้งก็อาจจะแปลงชีวิตได้เลย

ที่ตรงนี้ตัวแอดนั้นออกจะชื่นชอบมากมายๆเลยล่ะกับหนังประเด็นนี้ ส่วนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินเรื่องของหนังนั้นก็ทำออกมาได้โคตรดีเลยขอรับ ตัวหนังมีลูกล่อลูกชนอยู่เสมอเวลา ที่ผู้ชมไม่เบื่ออย่างไม่ต้องสงสัยครับผมกับหนังหัวข้อนี้นอกจากตัวหนังยังเล่นกับความรู้สึกกับผู้ชมอีกด้วย ที่จำต้องร่วมลุ้นเอาใจช่วยผู้แสดงนำชายอยู่เสมอทั้งยังเรื่องนะครับ จะต้องเห็นด้วยเลยว่าช่วงนี้แวดวงภาพยนตร์ของประเทศเกาหลีนั้นกำลังเดินทางมาแรงจริงๆขอรับ รวมทั้งในส่วนของเรื่องดารานั้น ขอตบมือให้เลยเนื่องจากว่าดีเลิศกันทุกคนเลย แสดงได้อย่างดุเดือด แล้วก็สมหน้าที่มากมายๆขอรับ จำต้องขอยกนิ้วให้เลยนะครับ สุดท้ายผู้ใดกันที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แรงกดดันที่โคตรพีคกับหนังที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นแบบขั้นสุดบอก

หนังประเทศเกาหลีสุดระทึกที่เต็มไปด้วยความอึดอัดผสมไปกับแรงกดดันที่โคตรพีค ตัวหนังโคตรดีแถมเค้าโครงเรื่องยังน่าติดตาม ที่พร้อมระเบิดอารมณ์ใส่ผู้ชมอยู่เสมอเวลา นอกจากนี้ยังทำผู้ชมจำเป็นต้องลุ้นเอาใจช่วยกันจนกระทั่งหอบแน่ๆถ้าเกิดมองจากแบบอย่างรวมทั้งเรื่องย่อ Decibel บางทีอาจมองเป็นภาพยนตร์ที่เน้นย้ำไปในทางแอ็กชันเชื้อเชิญลุ้นระทึก แต่ว่าเมื่อพวกเราได้ดูภาพยนตร์จนกระทั่งจบ พวกเรารู้สึกว่าผู้กำกับรวมทั้งกลุ่มสร้างค่อนข้างจะเสนอเรื่องราวออกมาได้กลมกล่อมละมุนละไมทีเดียว แน่ๆว่าแกนหลักสำคัญของเรื่องเป็นฉากแอ็กชันสุดระทึก แม้กระนั้นสิ่งที่เสริมเข้ามาเป็นความคอเมดี้ที่ถูกแทรกเข้ามาได้ไม่มากมายและไม่น้อยจนกระทั่งเหลือเกิน แล้วก็พาร์ผายลมราม่าสไตล์ประเทศเกาหลีที่คอภาพยนตร์รวมทั้งซีรีส์ประเทศเกาหลีทุกคนรู้จัก

โดยส่วนประกอบแรกที่พวกเราต้องการเอ๋ยถึง เป็นการผลิตสรรค์ฉากแอ็กชันของเรื่อง ที่ผู้กำกับและก็กลุ่มสร้างพรีเซ็นท์ออกมาด้วยจังหวะจะโคนที่พอดี ทั้งยังฉากการตามหาระเบิดที่ชุลมุนวุ่นวาย ก่อนที่จะภาพยนตร์จะปรับจังหวะให้ช้าลงในฉากการยืมระเบิดที่มิได้เน้นย้ำความหวือหวา เพื่อผู้ชมจุดโฟกัสกับการยืมระเบิดในแต่ละครั้ง ที่สามารถทำให้พวกเราลุ้นระทึกไปกับเรื่องที่ผู้แสดงจำเป็นต้องพบเจอได้อย่างดีเยี่ยมส่วนประกอบถัดมาที่ส่วนตัวนักเขียนชื่นชอบและก็ต้องการเสนอมากมายล่าวถึง เป็นพาร์ตคอเมดี้ที่ผู้กำกับแล้วก็กลุ่มสร้างแทรกสอดเข้ามาได้อย่างเหมาะควร ไม่มากจนเกินความจำเป็นกระทั่งทำให้ภาพรวมของภาพยนตร์เสียหาย ซึ่งทำให้ตัวภาพยนตร์มีชีวิตชีวาเยอะขึ้น

โดยพวกเราจำต้องตบมือให้กับ จองซังฮุน ผู้สวมบทเป็นผู้สื่อข่าว ซีรี่ย์ สืบสวน  โฮแดโฮ ด้ามจับพลัดจับผลูให้เขาจำต้องมาพันพัวกับภารกิจคราวนี้ ซึ่งจองซังฮุนสามารถแสดงกิริยาท่าทางรวมทั้งสีหน้าท่าทางต่างๆจนกระทั่งสามารถสร้างเสียงหัวเราะให้พวกเราได้ครั้งใดก็ตามเขาเผยตัว เวลาเดียวกัน เมื่อภาพยนตร์กลับไปสู่โหมดขมักเขม้น จองซังฮุนก็ปรับโหมดการแสดงของตนเองให้กับเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างพอดีทีเดียวข้อดีในที่สุดที่พวกเราติดอกติดใจมากมายๆเป็นการมัดโยงปัญหาต่างๆที่ขับให้นักแสดงดำเนินไปด้านหน้าได้อย่างน่าดึงดูด โดยยิ่งไปกว่านั้นเรื่องราวของสองนักแสดงหลักอย่าง คังโดยอง แล้วก็ จองแทซอง ที่รับบทบาทโดย อีต้องซอก ที่ผู้กำกับและก็กลุ่มสร้างสามารถพรีเซ็นท์ปัญหารวมทั้งเหตุผลสำหรับเพื่อการปฏิบัติของผู้แสดงได้อย่างหนักแน่น รวมทั้งทำให้พวกเรารู้เรื่องสำหรับการปฏิบัติของพวกเขาได้อย่างดีเยี่ยม

Decibel ลั่นระเบิดเมืองอย่างไรก็ดี Decibel ก็มีจุดพินิจที่พวกเราแอบขัดข้องอยู่เล็กๆตรงที่ผู้กำกับรวมทั้งกลุ่มสร้างจับข้อแม้ของการใช้ระเบิดออกคำสั่งด้วยเสียงมาเล่นได้ไม่ครบถ้วนเท่าไรนัก มันก็เลยทำให้ฉากการกู้ยืมระเบิดหลายๆฉากดูเหมือนเป็นการกู้ระเบิดที่จะต้องต่อสู้กับเวลามากยิ่งกว่าการจัดการปัญหาเรื่องเสียงรอบๆเสียมากกว่า ซึ่งพวกเรามีความคิดว่าถ้าเกิดผู้กำกับเลือกใช้ข้อตกลงของ ‘ความเงียบ’ มาแต่งให้เด่นชัดกว่านี้ มันจะช่วยทำให้ตัวภาพยนตร์มีความลุ้นระทึกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกมากมายจริงๆภาพยนตร์แอ็กชันทริลเลอร์ที่ครบรส อีกทั้งฉากแอ็กชันที่ลุ้นระทึกชักชวนติดตาม การสอดแทรกความคอเมดี้เข้ามาทำให้ภาพยนตร์มีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งการวางปัญหาของนักแสดงที่ออกจะหนักแน่น กระทั่งทำให้พวกเรามีความรู้สึกร่วมไปกับสถานะการณ์ที่ผู้แสดงพบเจอได้ดิบได้ดีเกินคาด

 

 Remember แค้นเดือดคนดุ

พิลจู เป็นชายเฒ่าวัย 80 ที่เคยประจันหน้ากับการสิ้นไปทุกสิ่งทุกอย่างอย่าง กับอดีตกาลของประวัติศาสตร์ที่ประเทศญี่ปุ่นเคยยึดครองประเทศเกาหลีในตอนการรบอดสู รวมทั้งโน่นเป็นชนวนเหตุที่เขาคิดจะแก้เผ็ดบุคคลที่เคยทำให้เขาจะต้องเจ็บรวมทั้งทนทุกข์ทรมานมาตลอดยาวนานหลายปี โดยที่ อินกยู ชายหนุ่มรุ่นราวคราวหลานของเขา ได้เข้ามาช่วยเหลือทำให้กลยุทธ์คราวนี้ของเขาได้ลุลวงหนังประเด็นนี้ได้ผลงานดูแลแล้วก็เขียนบทโดย “อีอิลฮยอง” นักสร้างภาพยนตร์ชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวรวมทั้งมีประสบการณ์ด้านงานสายนี้ไม่ค่อยเยอะแค่ไหน แม้กระนั้นก็ได้ทีเด็ดตรงที่ 2 ดารานำของหัวข้อนี้

คว้าเอาตัวท็อป 2 รุ่น อย่าง “อีซองไม่น” มาตามติดคู่กับ “นัมจูฮยอก” ในหนังที่เต็มไปด้วยพล็อตดราม่าคับแค้นแบบสุดขีดที่ออกจะเพิ่มน้ำหนักใส่ผู้ชมเยอะขึ้นเรื่อยเปลี่ยนเป็นหนังที่ดาราจำต้องช่วยเหลือกันแบกรับหนังเอาไว้ทั้งยังเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยมเด่นชายแก่ผู้เก็บความโกรธแค้นมานานกว่า 60 ปี จากการสูญเสียครอบครัวในสมัยประเทศญี่ปุ่นล่าอาณานิคม เขาคิดแผนเอาคืนรวมทั้งขอให้เพื่อนผู้ร่วมการทำงานรุ่นหลานเป็นพนักงานขับรถให้ 1 อาทิตย์ โดยที่ชายหนุ่มคนนั้นไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเข้าไปเกี่ยวพันเหตุการฆาตกรรมภายหลังทรมาทรกรรมกับโรคร้ายมานาน… พิลจู (อีซองไม่น) กำลังจะเปลี่ยนเป็นคนป่วยโรคอัลไซเมอร์ เขาก็เลยขอทุ่มชีวิตที่เหลือออกตามล่าศัตรูก่อนที่จะเขาจะลืมความแค้น

ซึ่งแผนนี้เขาได้รับการช่วยเหลือจาก อิน กยู (นัมจูฮยอก) เด็กวัยหนุ่มสหายร่วมงานที่เข้ามามีส่วนร่วมอย่างไม่ได้ตั้งใจ รวมทั้งเขายังเปลี่ยนเป็นผู้ต้องสงสัยหลักในคดีการสังหารที่เกิดขึ้นอีกด้วย แนวทางทวงแค้นคราวนี้จะก่อให้เกิดจุดสิ้นสุดยังไง เมื่อข้อบังคับกำลังไล่ล่าเขาแบบหายใจรดก้านคอ แล้วก็พิลจูจะต้องแลกเปลี่ยนทั้งหมดทุกอย่างเพื่อเขาชำระแค้นเสร็จก่อนความจำของเขาจะสลายไปตลอดไปไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่า Remember ไม่ค่อยจะมีพล็อตรวมทั้งพล็อตเรื่องที่สร้างความแปลกใหม่สักเท่าไหร่นัก หนังก็เสมือนจับเอาหนังประเทศเกาหลีแล้วก็หนังฮอลลิวูดเรื่องโน่นนี้มาเรียงร้อยต่อประกอบรวมร่างขึ้นมาใหม่ ออกมาในอรรถรสที่ยังเพียงพอถูๆไถๆมองได้บันเทิงใจไปตลอดทั้งเรื่อง

ซีรี่ย์ สืบสวน

โดยที่ผู้ชมไม่น่าจะเดาแนวทางของหนังได้ยากอะไร รวมทั้งจังหวะต่างๆของหนังช่างใส่มาลงล็อกแบบเป๊ะๆเหมือนกับโดนจับวางเป็นของสำเร็จรูปอะไรทำนองนั้นเลยเพราะพล็อตที่มิได้มีท่วงทีแล้วก็กึ๋นอะไรเยอะแค่ไหน แต่ว่าตัวหนังกลับได้พลังทางการแสดงของผู้แสดงมาช่วยเป็นนายหามเอาไว้เจริญแท้ อีซองไม่น กับ นัมจูฮยอก เป็นส่วนประกอบที่ยอดเยี่ยมของหนังหัวข้อนี้ แล้วก็สามารถไว้ใจประเด็นการพลั่งพรูอารมณ์ทางการแสดงออกมาจากพวกเขาได้อย่างสบายๆรวมทั้งพวกเขาก็สามารถทำออกมาได้แทบจะดีเยี่ยมที่สุด ถึงจะถูกรายล้อมไปด้วยส่วนประกอบที่แล้งจากความเป็นสูตรสำเร็จทั้งหมดทั้งปวงก็ตาม

อีซองไม่น ที่จะต้องยกนิ้วให้กับอินเนอร์ทางการแสดงของเขา หัวข้อนี้บางทีอาจจะจำเป็นต้องมารับบทชายเฒ่าที่เกินวัยเขา ซีรี่ย์ สืบสวน ไปโดยประมาณหนึ่งสักเท่าไหร่ แต่ว่าเขาก็ทำออกมาได้ใช้ได้ แม้กระนั้นแอบจำต้องตัดแต้มนิดหนึ่ง ตรงที่หน้าที่ในรูปแบบนี้เขาเองก็เคยเล่นมาบ้าง รวมทั้งมีบางเรื่องที่เล่นได้ดียิ่งไปกว่านี้ เวลาที่การออกแบบการออกอาการในต้นแบบชายแก่ในหัวข้อนี้ของเขานั้น ยังไม่ค่อยสมูทกลมกลืนได้ถึงที่สุด บางจุดบางช่วงยังแอบติดลีลาความเป็นชายหนุ่มกว่าปู่ไปสักหน่อยก็ตาม ช่างเป็นบทที่ค่อนข้างจะแบนราบ แต่ว่าเขาก็ใช้ความสามารถของการเป็นผู้แสดงมือโปรถ่ายทอดบทนี้ออกมาให้มองมีอะไรมากขึ้นได้อย่างน่าประทับใจ หากว่าบทหนังจะใส่บทของเขาราวกับเป็นเพียงแค่ตัวเสริมเข้าไปคราวหน้า

แม้กระนั้นเขาก็ยังขุดความสะดุดตาออกมาให้ส่องแสงในหนังหัวข้อนี้ได้ออกจะถูกใจทีเดียวRemember บางครั้งอาจจะเต็มไปด้วยความซ้ำจากจำเจ แม้กระนั้นอย่างต่ำๆแกนหลักและก็หลักสำคัญของหนังก็ออกจะเสนอได้อย่างเห็นได้ชัด ด้วยการถือเอาเสนอเกี่ยวกับผลพวงและก็ผลพ่วงเกี่ยวกับรอยแผลในตอนการรบมาขยี้ในช่วงปัจจุบัน สะท้อนให้มองเห็นชีวิตของคนรุ่นหนึ่งที่ยังจำเป็นต้องหามความทุกข์ใจจากผลที่ความแตกร้าวในแผ่นดิน การคุกคามและก็การเลือกข้างที่ทำให้แนวทางชีวิตของพวกเขาจำเป็นต้องแปรไปชั่วนิจนิรันดร์ รวมทั้งเปลี่ยนมาเป็นการปิดบังความแค้นเอาไว้อยู่ภายในใจมาตลอดนับเป็นเวลาหลายปี

บางทีก็อาจจะยังไม่ใช่หนังที่เพอร์เฟ็คอะไร ส่วนประกอบรวมทั้งพล็อตของหนังยังเต็มไปด้วยช่องโหว่และก็รอยรั่วอยู่บ้าง พล็อตใส่สูตรสำเร็จเข้าไปเกือบสำเร็จรูปไปแล้ว แต่ว่าส่วนประกอบที่เหมาะสมที่สุดก็คือกลุ่มผู้แสดง ไม่ว่าจะเป็นอีกทั้ง 2 ผู้แสดง หรือดาราสมทบผู้อื่นที่จัดว่าพวกเขามาช่วยเหลือกันประคองให้หนังประเด็นนี้ไปได้ถึงฝั่ง ถึงในตอนท้ายแล้วนั้น หนังก็ปฏิบัติภารกิจให้ความบันเทิงในครู่เดียวก้าวหน้า แม้กระนั้นโชคร้ายที่ยังไม่ค่อยมีอะไรให้น่าจำในหนังประเด็นนี้สักเท่าไหร่นัก

ซึ่งในรูปภาพยนตร์ นอกเหนือจากที่จะเข้มข้น แล้วก็ความน่าติดตามของเรื่องราวแล้ว fc pune city  ยังถือได้ว่าเป็นการเจอกันของสองดาราหนังมากมายความสามารถที่แตกต่างกันสุดขีด นำกลุ่มเดือดโดย ‘นัมจูฮยอก’ ดาราวัยรุ่นมาแรง แล้วก็เนื้อหอมที่เลื่องลือจากซีรีส์สุดได้รับความนิยมอย่างTwenty-Five, Twenty-One รวมทั้ง Start-Up มารับบทเป็น ‘อินกยู’ เด็กวัยรุ่นวัย 20 ปี ที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับการชำระแค้นคราวนี้อย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่าแนวทางกลับบกพร่องเมื่อภาพของเขาถูกบันทึกได้ในกล้องวงจรปิดรวมทั้งกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีการฆาตกรรม เขาไม่มีตัวเลือกอื่นเว้นเสียแต่ช่วยทำให้การแก้เผ็ดคราวนี้เสร็จ

รวมทั้ง ‘อีซองไม่น’ ดาราหนังรุ่นเก๋าที่ส่งผลงานประสิทธิภาพอย่าง Hunt, Juvenile Justice รวมทั้งอีกเยอะแยะ มารับบทเป็น ‘พิลจู’ คนป่วยอัลไซเมอร์ แล้วก็เนื้องอกในสมองระยะในที่สุดที่ขอทุ่มชีวิตที่เหลืออยู่ออกตามล่าศัตรูที่ทำลายครอบครัวของเขาในอดีตกาล ความ โกรธแค้นที่สะสมมานานกว่า 60 ปี ถึงเวลาจำเป็นต้องคิดบัญชีคนเลวให้สมการโคจรมาเจอกันของสองดาราหนังในคราวนี้ทำให้ ‘อีอิลฮยอง’ ผู้กำกับ ได้ยกย่องการแสดงของทั้งยัง 2 คนไว้ว่า “ทั้งยัง 2 คน เป็นเพื่อนซี้ที่แสดงเป็นธรรมชาติมากมาย ความ สามารถด้านการแสดง เป็นส่วนสำคัญของ บท พิลจู ด้วยเหตุว่าเขาควรจะมี ความอบอุ่น แบบปู่ แต่ว่าในเวลาเดียวกันเขา พร้อมที่จะ ลงมือ ฆ่า อย่างโหดเหี้ยม ส่วนอินกยู เขาเป็น วัยรุ่น แจ่มใส มองโลกในแง่ดี ที่ทุ่มเทให้กับ งาน พาร์ตไทม์เต็มที่ ซึ่งนัมจูฮยอกแสดงออกมาเป็นธรรมชาติมากมาย